สบู่ / โจทย์เลข / ก้อนหินก้อนนั้น

 

 


สบู่

ย้อนกลับไปสมัยยังสาว.. แฟน(ณ เวลานั้น ตอนนี้สถานะภาพเป็นแฟนเก่าเรียบร้อย)
เคยมาเล่าปัญหาที่เจอให้ฟัง

คำปลอบ(มั้ง)ที่เราให้ไปก็คือ.. ปัญหาก็เหมือนสบู่

ยังจำคำนี้ได้จนถึงปัจจุบัน
แม้จะงงๆตัวเองตอนนั้นอยู่บ้าง แต่ logic ของเราคือ..

ทุกสิ่งในโลกเกิดมาแบบมีจุดมุ่งหมาย

สบู่.. เกิดมาให้เราถู ก็เหมือนปัญหา..เกิดมาให้เราแก้

งงมั้ย

เป็นการมองโลกในแง่ดี..ไม่สิ..ต้องใช้คำว่า"อ่อนต่อโลก" ของผู้หญิงคนนึง
ซึ่งยังไม่เคยเจอปัญหาใหญ่โตมโหฬาร.. ปัญหาที่เกี่ยวกับงาน ปัญหาที่มี คนนั้นคนนู้นคนนี้เข้ามาเกี่ยวข้อง

อ้อ..ตอนนั้นเลือกคำว่าสบู่เพราะมันคล้องจองดี
soap and solve/ Problem soaped!!

แหะๆ

......................................................................

โจทย์เลข

เราเกิดมาเป็นคนเก่งคำนวณแต่อ่อนเลข..

จำได้ว่าตอนม.4 ย้ายจากโรงเรียนหญิงประจำจังหวัดมาอยู่เตรียมอุดม
เทอมแรกเกรดออกมา... ได้ 4 ทุกวิชา วิชาเลขได้เกรด 1

ทั้งๆที่เป็นคนคิดเลขไวและแม่นสมการมาก..
แต่พอขึ้นม.ปลายมันก็ไม่ได้ง่ายๆแบบนั้น มีนู่นนี่นั่นมาเพิ่มเติมเยอะแยะไปหมด

พอขึ้นม.5 ได้อาจารย์เลขที่ดี และมีอาจารย์พิเศษขั้นเทพ
ขั้นเทพคือนอกจากสอนเก่งยังโหดมาก โจทย์เลขที่ให้มาไม่ได้แค่เข้าใจแล้วผ่านไป

แต่แกจะให้ทำซ้ำๆๆๆๆๆๆ ซ้ำๆๆๆๆๆ ออกโจทย์มาหลายแง่หลายมุม แล้วให้ให้นั่งทำอยู่นั่น ทำซ้ำเรื่อยๆ จนกว่าแกจะพลิกโจทย์ไปมาตะแคงสามสิบห้าตลบแล้วเราตอบถูกหมดสิบข้อขึ้นไปถึงปล่อยผ่าน

จนพอเราเจอข้อสอบ.. มันไม่มีทางหลุดไปจากโจทย์เลขที่แกเคยให้แล้วเราทำซ้ำจนเข้าใจ

เจอข้อสอบเหมือนเจอเพื่อนเก่า..

เทอมนั้นกระโดดจากเกรด 1 มาเป็นเกรด 3
คือต้องบอกว่าสำหรับคนอ่อนเลขแบบเรามันเป็นเกรดที่ amazing มากนะ

......................................................................................

ปัญหา

ทุกวันนี้ผ่านสองเหตุการณ์นั้นมาเป็นสิบปี..

ความอ่อนต่อโลกลดลงไปมาก..ความเข้าใจโลกมีมากขึ้น (ยังดีที่ยังมองโลกแง่ดีอยู่ใช่น้อย)

ถ้าวันนี้กลับไปอยู่ในสถานการณ์เดิมตอนที่แฟนเก่ามีปัญหา

เราคงไม่พูดประโยคเท่ๆแต่งงๆว่า "ปัญหาก็เหมือนสบู่"
แต่คงพูดประโบคกึ่งเท่กึ่งงงว่า "ปัญหาก็เหมือนโจทย์เลข"

จริงๆ logic ของสองประโยคนี้ก็ไม่หนีกันมาก นั่นคือทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกมีจุดประสงค์ในตัวมันเอง

แต่ปัญหาไม่ได้เกิดมาให้แก้แล้วจบไปเปล่าๆ แต่เกิดมาเพื่อให้เราฉลาดขึ้นด้วย

ยิ่งเจอปัญหาเยอะ..เราก็ยิ่งมีปัญญา เหมือนทำโจทย์เลขมากๆเข้า ครั้งต่อไปที่เจอปัญหาก็เหมือนเจอเพื่อนเก่า

สามารถทักทายอย่างคุ้นเคยแล้วผ่านมันไปได้อย่างสวัสดิภาพ

คนที่ไม่เคยเจอปัญหาคือคนที่น่าสงสารมากนะ
ครั้งแรกที่เจอปัญหาใหญ่ๆหนักๆคงงงก๊งไปเลย..ทำตัวไม่ถูกว่าควรทำอะไรดี

ทุกวันนี้เจอปัญหามาเยอะ.. อาจไม่มากมายมหาศาลแต่พูดว่าเยอะได้เต็มปาก

สิ่งที่ต่างจากตัวเราเมื่อสิบปีก่อน(ตอนเริ่มเขียนไดอารี่ใหม่ๆ)
คือเราไม่นั่งโบ้ยความผิดให้คนนู้นคนนี้ แต่เริ่มมามองต้นตออย่างจริงจังมากขึ้น

เสต็ปแรกที่ทำให้ปัญหาหมดไปได้ ไม่ใช่การปฏิเวธว่า"ไม่มีปัญหา"
แต่เป็นการยอมรับว่า"ปัญหาเกิดขึ้นแล้ว" 

จากนั้นลองมองว่าปัญหามีที่มาที่ไปอย่างไรด้วยสายตาเป็นกลาง

ขั้นต่อไปคงเป็นการเผชิญหน้ากับมันด้วยแนวคิด"ปัญหาเหมือนสบู่..มันเกิดมาให้เราแก้"
พอแก้ไขแล้วผ่านไป..ก็เก็บมันไว้เป็นโจทย์เลขที่เราเคยทำ

จำเป็นบทเรียน..เพื่อหลีกเลี่ยงให้ปัญหาเดิมมันเกิดขึ้นซ้ำๆ

วิธีนี้ทำให้เราผ่านพ้นปัญหามาโดยสวัสดิภาพ..อาจจะมีบอบช้ำบ้าง
แต่ทุกครั้งที่เจอปัญหาก็ทำให้เราฉลาดขึ้น เก่งและแกร่งขึ้นไปด้วย

มองว่าเป็นโจทย์เลข..มองว่าเป็นอาจารย์...อย่าให้มันเกิดขึ้นไปเปล่าๆ
แต่ให้มันสอนอะไรเราพร้อมๆกันไป

ไม่หนี..ไม่ถอย..ไม่โยนให้คนอื่น

........................................................................................

ก้อนหินก้อนนั้น

เคยฟังเพลงนี้แล้วคิดว่าคนแต่งเก่งจังนะ...
ฟังแล้วอินในความหมาย.. ไม่มีอะไรทำร้ายเรามากกว่าตัวเราเอง

บางทีปัญหาก็เหมือนหินก้อนนั้นเหมือนกัน..
 ใช้มือเปล่าๆบีบให้ตายยังไงมันก็ไม่แตก..มีแต่มือเรานี่แหละที่จะแหลกเสียก่อน

ปัญหาบางอย่างก็ไ่ใช่สบู่..ไม่ใช่โจทย์เลข แต่เป็นก้อนหินก้อนนั้น

ปัญหาพวกนี้มักจะไม่ได้เกิดจากเรา..หรือเราไม่ใช่ส่วนสำคัญของปัญหา
 เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วแก้ไม่ได้ ไขไม่ออก เกินสามารถเราเกินไป

เราก็ทำอะไรไปไม่ได้มากไปกว่าโยนมันทิ้ง ถึงจะรู้ว่าในก้อนหินนั้นมีทองซ่อนอยู่ ก็คงต้องตัดใจ..
ก็มันทำอะไรไม่ได้นี่นา

คงต้องปล่อยให้คนมีค้อนมีปัญหาเข้ามาแก้มาไขมันไปเอง

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆมานี้.. เรายืนบีบหินก้อนนั้นอยู่นานจนลืมมองรอบตัว
 ลืมไปว่าชีวิตเราไม่ได้อยู่ที่ก้อนหินในมือซะหน่อย

สุดท้ายแล้วคงทำอะไรไม่ได้มากกว่าโยนมันทิ้งไป..แล้วก็เก็บมาไว้เป็บบทเรียนอีกข้อ

"อย่าหนีปัญหา แต่อย่าทนกับมัน ถ้ามันไม่มีทางแก้"

.....................................................................

สุดท้ายแล้วชีวิตที่ดีไม่ใช่ความสุขจากการไร้ปัญหา
แต่เป็นความสุขที่เกิดจากการมองให้ออกว่าปัญหาที่เจอนั้นเป็นแบบไหน

สบู่..โจทย์เลข..หรือก้อนหินก้อนนั้น

แล้วเก็บมันมาเป็นบทเรียน.. เพื่อให้ก้าวต่อไปข้างหน้า

อย่างสุขขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ

ต่างหาก

...............................................................

แล้วปัญหาที่คุณเจอตอนนี้.. เป็นแบบไหนล่ะ?

until next time, or next problem ;)

xoxoxo

 

     Share

<< 0 Rome in my shoes: ดงโจร ที่ทำการแมค โบสถ์ปริศนา และปลาตัวนั้น >>

 

 

 


 

 

 

 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

 

 

 

สบู่ / โจทย์เลข / ก้อนหินก้อนนั้น
0 Rome in my shoes: ดงโจร ที่ทำการแมค โบสถ์ปริศนา และปลาตัวนั้น
Rome in my shoes: คูปองอะไรไม่รู้ พี่เอไม่สบาย และพิซซ่าคำแรก
หายไปนานสินะ
สำมะเลเนปาล Part 1: แรก เริ่ม เดิน ทาง
it's complicated

 

 

 

 

 

<a href=http://onlinepaydayloans.review>payday loans online same day</a> payday loans no credit check <a href=http://canadianpharmacyon.review>my canadian pharmacy</a> cheap viagra online canadian pharmacy
Nexglulk   
Mon 17 Apr 2017 7:24 [2]
 

Dalene
Dalene   
Thu 19 Mar 2015 12:38 [1]